ทช. ขยายถนน สป.1006 บางบ่อ-บางเสาธง หนุนขนส่ง คาดเสร็จปี 70

กรมทางหลวงชนบท ขยายถนนสาย สป.1006 อำเภอบางบ่อ – บางเสาธง รองรับการเจริญเติบโตของเมืองสมุทรปราการ หนุนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม – การค้า – การขนส่ง บรรเทาการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้สะดวกมากยิ่งขึ้น คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2570
 

 

 

วันนี้  25/08/2569 เวลา 10:20 น. กรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย สป.1006 แยก ทล.3 – เคหะบางพลี อำเภอบางบ่อ และบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ คืบหน้าไปแล้วเกินครึ่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จปี 2570 เพื่อช่วยแบ่งเบาการจราจรบนถนนสายหลัก ยกระดับการคมนาคมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรมโดยรอบพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรมของจังหวัดสมุทรปราการให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดี ทช. เปิดเผยว่า เดิมโครงการฯ มีขนาดเพียง 4 ช่องจราจร ประกอบกับเป็นเส้นทางผ่านพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ผ่านชุมชนเคหะบางพลี ชุมชนเมืองใหม่บางพลี และโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งพื้นที่อุตสาหกรรมและชุมชนโดยรอบดังกล่าวมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัจจุบันและในอนาคตมีแนวโน้มการใช้เส้นทางเพิ่มมากขึ้น ทำให้การจราจรโดยรอบมีปริมาณที่หนาแน่นในชั่วโมงเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณสี่แยก ทล.3268 (ถนนเทพารักษ์) จะเป็นจุดที่มีปัญหาการจราจรติดขัดอยู่เป็นประจำ ทช. จึงได้ดำเนินการขยายถนนเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและบรรเทาปริมาณการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน จากเดิม 4 เป็น 6 ช่องจราจร แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ตอน รวมระยะทาง 9.525 กิโลเมตร

 

ประกอบด้วย ตอนที่ 1 ก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก เริ่มต้น กม. ที่ 0+000 – 6+500 ระยะทาง 6.500 กิโลเมตร และปรับปรุงขยายสะพานข้ามคลอง 7 แห่ง ใช้งบประมาณ 719.100 ล้านบาท ปัจจุบันคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 57 ขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างขยายถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก การขยายสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก งานระบบระบายน้ำ งานกำแพงกั้นดิน และงานไฟฟ้าแสงสว่าง ส่วนตอนที่ 2 ก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก เริ่มต้น กม. ที่ 6+500 – 9+525.53 ระยะทาง 3.025 กิโลเมตร รวมทั้งก่อสร้างสะพานข้าม ทล.3268 (ถนนเทพารักษ์) และขยายสะพานข้ามคลองสำโรง ใช้งบประมาณ 749.900 ล้านบาท ปัจจุบันคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 55 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในขั้นตอนงานเทผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก งานเสาเข็มเจาะหล่อในที่ งาน Box Segments งานไฟฟ้าแสงสว่าง และงานปูแผ่นพื้นทางเท้า นอกจากนี้ ยังได้กำชับไปยังผู้ควบคุมงานและผู้รับจ้างให้เข้มงวดในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง การบริหารจัดการพื้นที่โครงการโดยให้เก็บวัสดุอุปกรณ์ให้เรียบร้อย รวมไปถึงการป้องกันฝุ่นในพื้นที่ โดยให้มีการเพิ่มรอบรดน้ำบริเวณโครงการฯ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบและเป็นการอำนวยความสะดวกปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้เส้นทางอีกด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *